Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

         วัฒนธรรม หมายถึง วิถีแห่งการดำรงชีวิตของคนในสังคมนั้นๆในแต่ละวัน เช่น การกิน การอยู่ การแต่งกาย การพักผ่อน การทำงาน และ การอยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะ ซึ่งวิถีชีวิตนั้น เริ่มมาจากการที่มีต้นแบบ อาจจะเป็นตัวบุุคลแล้วมีคนส่วนใหญ่มีความเห็นด้วยและปฏิบัติสืบทอดกันมา โดยสิ่งๆนั้นต้องเป็นสิ่งที่ดีงามเพื่อดำรงไว้ซึ่งวัฒนธรรมไทย ตราบชั่วลูกชั่วหลาน

ประเภทของวัฒนธรรม แบ่งออกเป็น ๕ ประเภท คือ

         ๑.วัฒนธรรมทางภาษา ซึ่งก็หมายถึงสำเนียงการพูด ภาษาพูดรวมถึงการ เขียนด้วย

         ๒.วัฒนธรรมทางวัตถุ ซึ่งก็คือยวดยานพาหนะ ที่อยู่อาศัย ที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกสบายให้กับชีวิตประจำวันนั่นเอง

        ๓.วัฒนธรรมทางจิตใจ เช่นศาสนา ความเชื่อ ศีลธรรม จริยธรรม ที่มนุษย์ใช้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยว    จิตใจ

        ๔.วัฒนธรรมทางจารีตและขนบธรรมเนียมประเพณี เช่น การทักทายด้วยการไหว้ มารยาทการกิน การเดิน การแต่งกาย ประเพณีแต่งงานเป็นต้น

        ๕.วัฒนธรรมทางสุนทรียะ ซึ่งก็ได้แก่ศิลปะสาขาต่างๆ ที่มีความไพเราะ ความสวยงาม เช่น นาฏศิลป์ จิตรกรรม ดนตรี การแสดงต่างๆ เป็นต้น

คุณค่าของวัฒนธรรมไทย

คุณค่าประการที่ ๑ ความรักความผูกพันในครอบครัว

        วัฒนธรรมไทยได้สร้างความรักความผูกพันในครอบครัว ตัวอย่างเช่น วัน สงกรานต์ เป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทยในอดีตนั้น  เป็นวันแห่งความรักความผูกพันของครอบครัวอย่างแท้จริง สมัยก่อนพ่อแม่จะเตรียมเสื้อผ้าชุดใหม่ ให้ลูกหลานพร้อมเครื่องประดับสำหรับตกแต่งไปทำบุญ ลูกหลานจะเตรียมเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ให้พ่อแม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ได้สวมใส่หลังพิธีรดน้ำดำหัว ซึ่งเป็นความรัก ความห่วงใยอันเกิดจากน้ำใสใจจริงที่สมาชิกในครอบครัวจะพึงให้แก่กัน

         ปัจจุบัน เมื่อถึงวันสงกรานต์ ทุกคนจะกลับบ้านไปหาพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือรดน้ำขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้น ปีใหม่ ความรักความผูกพันของแต่ละฝ่าย ที่รินไหลฝ่านสายน้ำจะเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่กันและกันต่อการดำรงชีวิต อยู่ไป

วัฒนธรรมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว

คุณค่าประการที่ ๒ ความเคารพกตัญญูต่อผู้ใหญ่และผู้มีพระคุณ

           ในวิถีชีวิตไทย ไม่มีสิ่งใดจะประเสริฐกว่าความกตัญญูต่อผู้ใหญ่ และผู้มีพระคุณ สังคมไทยแต่เดิมมี ความผูกพันกับสมาชิกในครอบครัวท้งต่อวงศาคณาญาติ และบรรพบุรุษ เมื่อถึงวันสงกรานต์จึงเป็น วันที่จะได้แสดงความเคารพกตัญญูต่อผู้มีพระคุณทั้งที่มีชีวิตอยู่ และล่วงลับไปแล้ว นอกเหนือ จากการปฏิบัติตามปกติ

           การแสดงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณที่ยังมีชีวิตอยู่ ปฏิบัติโดยการไปรดน้ำขอพรด้วยความเคารพและสำรวม และการระลึกถึงพระคุณท่านที่ได้เลี้ยงดูอุ้มชูมาแต่เล็กจนโต   การระลึกถึงบรรพบุรุษ มีพิธีบังสกุลอัฐิอุทิศส่วนกุศล ให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว เพื่อขอให้อานิสงส์แห่งผลบุญ ดังกล่าวช่วยให้ผู้ตายได้อยู่ในภพภูมิที่ดียิ่งขึ้น

ประเพณีการโปรดน้ำขอพร

คุณค่าประการที่ ๓ ความศรัทธาในการทำบุญให้ทาน

           ในวันสำคัญทางศาสนา  เช่น  วันวิสาขบูชา  วันอาสาฬหบูชา  เป็นต้น  คนไทยและครอบครัวเตรียมของสำหรับทำบุญตักบาตรด้วยจิตศรัทธาในคุณความดี แห่งการทำบุญให้ทาน  นอกจากนี้การทำบุญยังเป็นสิ่งที่คนไทยถือปฏิบัติก่อนการเริ่มงานประเพณี ต่างๆ  เช่น วันสงกรานต์

           วันลอยกระทง ฯลฯ  ความศรัทธาในการทำบุญ ยังจะเห็นได้จากการจัดให้มีการทอดกระฐิน การทอดผ้าป่าเพื่อให้พระสงในพระพุทธศาสนาได้มีสิ่งของเครื่องใช้อันจำเป็น เพื่อการปฏิบัติธรรมด้วยการศรัทธาในการทำบุญนี้เองที่ทำให้สามารถสืบต่อ อายุพระพุทธศาสนาจนมาถึงปัจจุบัน

การทอผ้าป่าและการทอดกฐิน

คุณค่าประการที่ ๔ เอกลักษณ์ทางศิลปกรรม

           ซึ่งจะแสดงออกมาทั้งในด้านสถาปัตยกรรม  เช่นวัด  บ้านเรือนหรือ จิตกรรม เช่น ภาพวาดฝาผนัง หรือ วรรณกรรมต่างๆ เช่น เพลงกล่อมเด็กที่ไพเราะเพื่อสอนให้เด็กมีคุณธรรม      ตัวอย่างเช่น

            ๑. คำคมล้านนา เช่น เสียมบ่คม   ใส่ด้ามหนักๆ หมายถึง  ความรู้ไม่มากให้ตั้งใจเรียนหนังสือ

            ๒.สุภาษิตร้อยแปดภาคใต้  เช่น อย่ามัดให้เหลือแบก  อย่าเอาแสกให้เหลือหาบ  หมายถึง เขาว่าเราโลภลาภ  จงแบกหาบพอสมควร

คุณค่าประการที่ ๕ พิธีกรรมที่สง่างามสร้างความสัมพันธ์

           พิธีกรรมที่สง่างามสร้างความสัมพันธ์ การตั้งใจกระทำความดีเมื่อประกอบกับพิธีกรรมที่สูงส่ง และสง่างามย่อมส่งผลถึงความสัมพันธ์ทางจิตใจอย่างลึกซึ้งทั้งแก่ผู้ให้และ ผู้รับ ยิ่งเคารพนับถือมากพิธีกรรมที่จัดให้ยิ่งงดงามด้วยศิลปะและความหมายอันสูงค่า

พีธีการบรรพชาอุปสมบท

คุณค่าประการที่ ๖ สามัคคีคือพลังของชุมชน

         วัฒนธรรมได้แฝงคุณค่าไว้อีกประการหนึ่งอย่างแยบคายคือ ความสามัคคีซึ่งจะเห็นได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มวันสงกรานต์ สมาชิกในครอบครัวร่วมกันทำความสะอาดบ้านเรือน เครื่องมือเครื่องใช้ร่วมมือร่วมใจกันตระเตรียมสิ่งของสำหรับไปทำบุญ เป็นความสามัคคีภายในครอบครัว ซึ่งจะเป็นผลให้สมาชิกรักใคร่ผูกพันกันมากขึ้น เช่น เมื่อล่วงถึงวันเข้าพรรษา มีการก่อเจดีย์ทรายซึ่งนอกจาก เป็นการทำบุญแล้วยังแสดงให้เห็นถึงพลังของชุมชน ในการที่จะทำนุบำรุงวัดในหมู่บ้านของตนให้เจริญยิ่งขึ้นอีกด้วย

การก่อเจดีย์ทราย

คุณค่าประการที่ ๗ เอกลักษณ์ทางภาษา

          ภาษาไทยนั้นงดงามทั้งสระ ลักษณะและศัพท์สำเนียง เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทุกคนที่มีภาษาเป็นของตนเอง ซึ่งคิดขึ้นด้วยภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทยโดยแท้ ลักษณะประการหนึ่งในการ ใช้ภาษาไทยของคนไทยคือ การเป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอน ซึ่งจะพบได้ในประเพณีสงกรานต์ที่เกี่ยวข้องกับ การละเล่นต่างๆ มีการใช้ถ้อยคำที่ลึกซึ้งกินใจ และยังแฝงไปด้วยไหวพริบปฏิภาณในการคิดค้นโต้ตอบ ให้ทันทั้งถ้อยคำและความหมายอีกด้วย

ตัวอย่าง พนัญชนะอักษรไทย

คุณค่าประการที่ ๘ การละเล่นและดนตรีพื้นบ้าน : ความสุข สุนทรียภาพ

           สิ่งที่ควบคุมไปกับงานบุญ ซึ่งเราพบเห็นอยู่เสมอได้แก่ ดนตรีและการละเล่น ซึ่งถือได้ว่าเป็นคุณลักษณะอีกอย่างหนึ่งของคนไทยที่โดดเด่นเป็นพิเศษ ในประเพณีสงกรานต์ ดนตรีพื้นเมืองได้เข้าไปมีบทบาทอยู่หลายวาระด้วยกัน

การละเล่นและการเล่นดนตรี

          อย่างไรก็ตาม คุณค่าทางวัฒนธรรมดังกล่าวข้างต้น กำลังจะสูญหายไปในสภาพปัจจุบัน สุนทรียภาพอันเกิดจากภาษาและดนตรีอันไพเราะด้วยท่วงทำนองไดถูกแทนที่ด้วยบท เพลงสมัยใหม่จากตะวันตก ในวันสงกรานต์พฤติกรรมที่แสดงออกให้เห็นถึงความเอื้ออาทร ความห่วงใย และความปรารถนาดีที่จะมีให้แก่ผู้อื่น  ความสุขจากการประพรมน้ำ ก็ถูกแทนที่ด้วยการข้างปาด้วยกิริยาก้าวร้าวรุนแรง  ไม่สนใจในความเจ็บปวดและอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น และในวันไหว้ครูกิจกรรมหลายๆอย่างได้ถูกยกเลิกไป พิธีกรรมอันสง่างามก็ถูกกระทำแบบลวกๆ ให้เสร็จสิ้นโดยเร็วและยากที่เราจะเรียกร้องให้นำเอาวัฒนธรรมอันดีงามทั้ง หมดในอดีดกลับคืนมาสู่ยุคปัจจุบัน  แต่ถ้าคนไทยตระหนักถึงคุณค่าและดัดแปลงให้เมาะสมกับยุคปัจจุบันเท่ากับว่า เราได้จรรโลงวัฒนธรรมอันดีงามให้อยู่คู่กับสังคมไทยสืบไป

          ภูมิปัญญาไทย หมายถึง ความรู้อันเกิดจากความสามารถ ประสบการณ์ และความเฉลียวฉลาดในการประดิษฐ์คิดค้นของคนไทย  กระทั่งกลายเป็นผลผลิตที่เป็นวัตถุและเป็นเรื่องของจิตใจอันมีประโยชน์ต่อ การดำรงชีวิต และ มีการถ่ายทอดสืบต่อมาจากบรรพบุรุษจนถึงคนรุ่นปัจจุบัน

ลักษณะของภูมิปัญญาไทย มีดังนี้

        ๑. ภูมิปัญญาไทยมีลักษณะเป็นทั้งความรู้ ทักษะ ความเชื่อ และพฤติกรรม

        ๒. ภูมิปัญญาไทยแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน คนกับธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และคนกับสิ่งเหนือ  ธรรมชาติ

        ๓. ภูมิปัญญาไทยเป็นองค์รวมหรือกิจกรรมทุกอย่างในวิถีชีวิตของคน

        ๔. ภูมิปัญญาไทยเป็นเรื่องของการแก้ปัญหา การจัดการ การปรับตัว และการเรียนรู้ เพื่อความอยู่รอดของบุคคล ชุมชน และสังคม

        ๕. ภูมิปัญญาไทยเป็นพื้นฐานสำคัญในการมองชีวิต เป็นพื้นฐานความรู้ในเรื่องต่างๆ

        ๕. ภูมิปัญญาไทยมีลักษณะเฉพาะ หรือมีเอกลักษณ์ในตัวเอง

        ๗. ภูมิปัญญาไทยมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อการปรับสมดุลในพัฒนาการทางสังคม

การเกิดภูมิปัญญาไทย

          ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้น มีฝนตกชุกทั้งปี ทำให้ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณืสูงเหมาะแก่การทำเกษตรกรรม เนื่องจากสังคมไทยเป็นสังคมเกษตรกรรม ผู้คนมีวิถีชีวิตใกล้ชิดกับธรรมชาติ และมีพุทธศษสนาเป็นศาสนาที่คนไทยนับถือเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น ภูมิปัญญาไทยจึงเกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติ และสอดคล้องกับคำสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า เช่น การปลูกเรือนแพในสมัยโบราณ จะต้องมีฤกษ์ดีและมีผู้ทำพิธีกรรมประกอบ เป็นต้น

บ้านทรงไทยในสมัยอดีต

          การถนอมรักษาผลผลิตทางการเกษตรของคนไทยโบราณ ถึงแม้ว่าคนไทยสมันก่อนจะไม่ทราบหลักการในการถนอมอาหารในด้านวิชาการ แต่ก็ได้มีการปฏิบัติต่อๆกันมาหลายช่วงอายุคน ซึ่งเป็นวิธีการที่ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน โดยอาสัยธรรมชาติเป็นส่วนช่วยในการถนอมรักษา อาจมีทั้งการเก็บรักษาในลักษณะแบบสดหรือแปรรูป เช่น การทำให้แห้งด้วยการตากแดด การ กวน การหมัก เป็นต้น

ตัวอย่าง   การถนอมอาหาร

          ภูมิปัญญาไทยที่มีวิวัฒนาการยาวนานสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบันอีก ประการหนึ่ง ก็คือ ศิลปะการทอผ้าลวดลายของผ้าสื่อให้เห็นถึงแนวคิด และความเชื่อของคนไทยแต่ละสมัย โดยสันนิษฐานว่าคนไทยรู้จักการทำเชือกและตาข่ายก่อน แล้วนำเชือกมาผูกถักเป็นตาข่าย จากนั้นการถักก็พัฒนาขึ้นมาเป็นเครื่องจักสาน

ภูมิปัญญาด้านการจักสาน

 

การอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทย

        ๑. การค้นคว้าวิจัย ควรศึกษาและเก็บรวบรวมข้อมูลภูมิปัญญาของไทยในด้านต่างๆ ของท้องถิ่น จังหวัด ภูมิภาค และประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งภูมิปัญญาที่เป็นภูมิปัญญาของท้องถิ่น มุ่งศึกษาให้รู้ความเป็นมาในอดีต และสภาพการณ์ในปัจจุบัน

        ๒. การอนุรักษ์ โดยการปลุกจิตสำนึกให้คนในท้องถิ่นตระหนักถึงคุณค่าแก่นสาระและความสำคัญของ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริมสนับสนุนการจัดกิจกรรมตามประเพณีและวัฒนธรรมต่างๆ สร้างจิตสำนึกของความเป็นคนท้องถิ่นนั้นๆ ที่จะต้องร่วมกันอนุรักษ์ภูมิปัญญาที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น รวมทั้งสนับสนุนให้มีพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นหรือพิพิธภัณฑ์ชุมชนขึ้น เพื่อแสดงสภาพชีวิตและความเป็นมาของชุมชน อันจะสร้างความรู้และความภูมิใจในชุมชนท้องถิ่นด้วย

        ๓. การฟื้นฟู โดยการเลือกสรรภูมิปัญญาที่กำลังสูญหาย หรือที่สูญหายไปแล้วมาทำให้มีคุณค่าและมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตในท้อง ถิ่น โดยเฉพาะพื้นฐานทางจริยธรรม คุณธรรม และค่านิยม

       ๔. การพัฒนา ควรริเริ่มสร้างสรรค์และปรับปรุงภูมิปัญญาให้เหมาะสมกับยุคสมัยและเกิด ประโยชน์ในการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยใช้ภูมิปัญญาเป็นพื้นฐานในการรวมกลุ่มการพัฒนาอาชีพควรนำความรู้ด้าน วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีมาช่วยเพื่อต่อยอดใช้ในการผลิต การตลาด และการบริหาร ตลอดจนการป้องกันและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

        ๕. การถ่ายทอด โดยการนำภูมิปัญญาที่ผ่านมาเลือกสรรกลั่นกรองด้วยเหตุและผลอย่างรอบคอบและ รอบด้าน แล้วไปถ่ายทอดให้คนในสังคมได้รับรู้ เกิดความเข้าใจ ตระหนักในคุณค่า คุณประโยชน์และปฎิบัติได้อย่างเหมาะสม โดยผ่านสถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษา และการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่างๆ

        ๖. ส่งเสริมกิจกรรม โดยการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดเครือข่ายการสืบสานและพัฒนาภูมิปัญญาของ ชุมชนต่างๆ เพื่อจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

        ๗. การเผยแพร่แลกเปลี่ยน โดยการส่งเสริมและสนับสนุนให้ เกิดการเผยแพร่และแลกเปลี่ยนภูมิปัญญาและวัฒนธรรมอย่างกว้างขวาง โดยให้มีการเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่นต่างๆ ด้วยสื่อและวิธีการต่างๆ อย่างกว้างขวาง รวมทั้งกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

       ๘. การเสริมสร้างปราชญ์ท้องถิ่น โดยการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของชาวบ้าน ผู้ดำเนินงานให้มีโอกาสแสดงศักยภาพด้านภูมิปัญญา ความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่ มีการยกย่องประกาศเกียรติคุณในลักษณะต่างๆ